คนไทยและคนกว่างซีต่างก็ได้รับประโยชน์จากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน
การเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนได้ให้ประโยชน์มากมายแก่ทั้งคนกว่างซีและคนไทย นายอรรถพร พุทธิกำพล กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิงให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กว่างซี ซึ่งออกอากาศไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา
ชม เทปบันทึกภาพการให้สัมภาษณ์ฯ คลิ๊กที่นี่กงสุลใหญ่ฯ กล่าวเสริมว่า ผู้บริโภคของทั้งสองฝ่ายได้รับโอกาสในการซื้อสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้นในราคาที่ลดลง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็มีการปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น หนึ่งปีภายหลังการจัดตั้งเขตการค้าเสรีฯ จีนได้กลายเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของอาเซียน ขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับสี่ของจีน โดยมูลค่าการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายในปี 2553 ขยายตัวร้อยละ 37.5 คิดเป็นเม็ดเงินเกือบ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การค้าระหว่างกว่างซีกับอาเซียนก็เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 32 โดยกว่างซีเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าอาเซียนกว่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของไทยกับกว่างซี การค้าระหว่างทั้งสองฝ่าย ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด กว่าร้อยละ 82 การให้สัมภาษณ์ข้างต้น ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกเทปเพื่อใช้ออกอากาศในรายการ มุมมองใหม่จีน - อาเซียน (中国-东盟新观察) ของสถานีโทรทัศน์กว่างซี นอกจากเรื่องเขตการค้าเสรีไทย-จีนแล้ว กงสุลใหญ่ฯ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมุมมองต่อเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง รวมถึงความประทับใจและศักยภาพต่างๆ ของเขตฯ และแผนงานของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิงในปี 2554 กงสุลใหญ่ฯ ยังให้ข้อมูลว่า ในปี 2554 นี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ก็มีโครงการเชิญผู้สื่อข่าวในกว่างซีเยือนประเทศไทย การจัดการแข่งขันการประกวดสุนทรพจน์เป็นภาษาไทย ซึ่งเป็นโครงการที่จัดต่อเนื่องมาแล้ว 5 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาจีนในกว่างซีที่เรียนภาษาไทยได้เข้าร่วม และการสนับสนุนการมหกรรมแสดงสินค้าอาเซียน-จีนในเดือนตุลาคม นอกจากนี้ ก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะจัดโครงการสำรวจเส้นทางถนน R12 ที่เชื่อมต่อระหว่างหนานหนิงกับกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังจะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ศกนี้ด้วย
----------------